เหตุไฉนทิ้งเพื่อนบนแดนคู่ต่อสู้ตอนดีใจไว้แบบนั้น? เรื่องนี้เข้าใจถูกหรือผิดกันแน่?

จังหวะที่ แฮร์รี่ เคน โหม่งพังประตูชัยช่วงท้ายเกม หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กดฟรีคิกไล่ตีเสมอช่วงท้ายเกม

แล้วทำไมถึงต้องมีเพื่อนร่วมทีมคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้ร่วมวงสะใจกับเพื่อนๆ เราจะมาหาคำตอบกัน… ในเกมที่ อังกฤษ เฉือนชนะ ตูนิเซีย 2-1 จากการโขกประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ แฮร์รี่ เคน เพื่อนร่วมทัพสิงโตคำรามต่างกรูไปดีใจกับดาวยิงไก่เดือยทอง เหลือเพียง คีแรน ทริปเปียร์ วิงแบ็คขวาที่ยืนนิ่งปักหลักอยู่ฝั่งขวาของสนาม เช่นเดียวกับ  ที่หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ระเบิดแฮตทริกด้วยการกดฟรีคิกสุดเฉียบใส่ สเปน จนไล่ตีเสมอเป็น 3-3 มาก่อนหน้านี้ เพื่อนร่วมทัพฝอยทองต่างกรูเข้าไปดีใจกับพ่อหนุ่มเจ็ทโด้ ยกเว้นผู้เล่นรายหนึ่งที่โดนเพื่อนกันออกไปให้ยืนอยู่ในสนามดีใจอยู่คนเดียว

คีแรน ทริปเปียร์

นี่ไม่ใช่เพราะ ทริปเปียร์ อารมณ์ติสต์แตกขี้เกียจวิ่งไปดีใจกับ เคน หรือผู้เล่น โปรตุเกส

รายนั้นไม่เป็นที่รักของเพื่อนๆ หรอกนะ แต่เป็นเพราะพวกเขาเกรงว่าทีมคู่แข่งจะรีบเขี่ยบอลเริ่มเล่นทันที ด้วยทิ้งผู้เล่นของตัวเองทิ้งเอาไว้ที่แดนคู่ต่อสู้สักคนหนึ่ง ตามความเข้าใจกฎกติกาของ ฟีฟ่า ของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดสำหรับกฎกติกาดังกล่าว เพราะแท้ที่จริงแล้วมันสามารถทำได้ เนื่องจากการที่จะให้ฝั่งเสียประตูเริ่มเขี่ยบอลกลับมาเล่นได้ ผู้เล่นของที่ทำประตูได้จะต้องกลับไปยืนประจำการในฝั่งตัวเองครบทุกคนแล้ว (ไม่นับผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่ถูกปฐมพยาบาลกรณีที่เจ้าตัวบาดเจ็บ)

โดยกฎกติกาของ ฟีฟ่า ระบุแต่เพียงเท่าว่าผู้เล่นสามารถดีใจออกนอกสนามได้และต้องรีบกลับเข้าสู่สนามทันที

ไม่อย่างนั้นจะโดนคาดโทษ และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสิน ซึ่งการเขี่ยบอลเริ่มเกมอีกครั้ง ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่ในครึ่งสนามของพวกเขาเองและผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดเขี่ยบอล ถึงจะสามารถกลับมาเริ่มเล่นกันได้อีกครั้ง (อ้างอิงใน กติกาฟุตบอล)

  1. ก่อนหน้านี้เคยมีเคสดังกล่าว โดยเกิดขึ้นในเกมทัวนาเม้นท์เก็กระหว่าง ยิบรอลตาร์ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี กับ มาซิโดเนีย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เมื่อปี 2015 ซึ่งทางฝั่ง มาซิโดเนีย ต่างแสดงความดีใจกันทั้งที่ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมตัวเองหลังทำประตูได้ ก่อนที่ ยิบรอลตาร์ จะกลับมาเขี่ยลูกและยิงประตูได้ทันควัน เพราะผู้เล่น มาซิโดเนีย นั้นอยู่กันในฝั่งตัวเองครบแล้วนั่นเอง
  2. หากแฟนบอลวัยย่าง 30 ปีขึ้นไปน่าจะจำได้ดีกับเหตุการณ์ที่ ฮันส์ ยอร์ก-บุตต์ นายทวารจอมสังหารจุดโทษของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ดีใจเพลินไปหน่อยหลังทำประตูได้จากลูกที่จุดโทษในเกมที่พบ ชาร์ลเก้ 04 ศึก บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2003/04 ก่อน “ราชันน้ำเงิน” จะเขี่ยเริ่มเกมให้ ไมค์ ฮานเค่ ซัดไกลทวงประตูคืนอย่างรวดเร็ว เพราะผู้เล่น “ห้างขายยา” อยู่ในฝั่งตัวเองครบหมดแล้วนั่นเอง…
  3. ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศึก ฟุตบอลโลก หนนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนสำหรับบรรดาแข้งของชาติต่างๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็เพื่อ “ปลอดภัยไว้ก่อน” เพราะทุกประตูที่ได้หรือเสียไปย่อมสำคัญถึงเส้นทางลุ้นแชมป์โลกของพวกเขาในปีนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *